Bangkok Fellowship Church

คำเทศนา


จงสวมบทพระเยซูคริสต์

คำเทศนาวันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม 2009

ศจ.สมเกียรติ กิตติพงศ์

โรม 13:14

“แต่ท่านจงประดับกายด้วยพระเยซูคริสต์เจ้า และอย่าจัดเตรียมอะไรไว้บำรุงบำเรอตัณหาของเนื้อหนัง”

จงประดับกายด้วยพระเยซู

อ่านชื่อเรื่องนี้แล้ว เราต้องตั้งคำถามว่า ประดับกายด้วยพระเยซูแปลว่าอะไร เราจะเอาพระองค์ ซึ่งเป็นบุคคลมาประดับที่ตัวเราได้หรือ เราคงคิดว่า ประดับพระองค์ไว้ที่กาย ก็คงเหมือนกับผู้หญิงสาวสวมสร้อยคอรูปไม้กางเขน หรือสวมเสื้อยืดรูปพระเยซูอะไรทำนองนั้น แต่นั่นคงไม่ใช่ความหมายในพระคัมภีร์

ประดับกายด้วยพระเยซูแปลว่าอะไร
ภาษาอังกฤษ เขาใช้คำว่า “Put on Jesus Christ” คำว่า put on นี่ในวงการหนัง หรือละครแปลว่า “สวมบทบาท”

ความหมายของพระคำตอนนี้จึงมีความหมายว่า “จงสวมบทพระเยซู”
พี่น้องในคริสตจักรนี่ท่านเคยเป็นนักแสดงกันมาก หลายคนเคยแสดงละคร หนัง ลิเก หมอลำ ฯลฯ เวลาท่านจะแสดงละครเรื่องใด ท่านก็ต้องสวมบทบาทของบุคคลคนนั้น เช่น ท่านต้องสวมบทพระเอก สวมบทนางเอก และถ้าท่านจะเป็นนักแสดงที่ดีท่านต้องเล่นให้ถึงบท

พระคัมภีร์เรียกร้องให้ท่านเป็นนักแสดง คือแสดงบทพระเยซู ผมอยากจะบอกว่า บทของพระเยซูนี่ไม่เป็นอันตรายสำหรับใคร ท่านไม่ต้องกลัวว่าสวมบทพระองค์แล้วจะเกิดความเสียหายกับท่าน มีแต่ดีอย่างเดียวครับ ท่านไม่อาจปฏิเสธ หลายคนไม่ชอบเล่นบทคนอื่น ท่านไม่อยากเป็นตัวละคร วันนี้ท่านต้องเป็นตัวละคร คือเล่นบทพระเยซู ไม่เล่นไม่ได้ พระคัมภีร์เรียกร้อง

ผมดูหนังเรื่องพระเยซู หลาย Versions แต่ละคนสวมบทของพระเยซูแล้วเรานึกภาพพระเยซูว่าพระองค์ทรงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ทำได้เหมือนพระองค์บ้างไม่เหมือนบ้าง อ่อนไปก็มี
เราจะสวมบทของพระองค์ได้อย่างไร

1) ท่านต้องอยากเล่น
ถ้าท่านไม่อยากเล่นบทของพระองค์นี่ใครก็บังคับท่านไม่ได้ ผมเคยไปประกาศ บางครั้งหาตัวไม่ได้ ทั้งทีมเราเอาคนมาเล่นละครได้เฉพาะคนที่อยากเล่นเท่านั้น ผมเคยเล่นเป็นบทของพระบิดาในละครเรื่องสุรศักดิ์ วันนี้พระเจ้าเรียกร้องให้ท่านสวมบทพระเยซู

2) โดยพระคุณ ท่านต้องเชื่อว่าท่านเล่นบทพระเยซูได้
บางคนคิดว่า ฉันนะเหรอจะเล่นบทของพระเยซู ไม่ใช่ตัวของท่านหรอกที่จะทำให้ท่านเล่นบทของพระเยซูได้ พระเจ้าต่างหากพระองค์จะช่วยท่าน โดยพระคุณของพระองค์ท่านต้องเชื่อว่าท่านทำได้ ท่านสวมบทของพระองค์ได้ ในค่ายเราจะเรียนพระลักษณะของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นผู้นำ เป็นผู้รับใช้ เป็นคนสามัญอย่างเรา และเป็นพระเจ้าด้วย บทเหล่านี้ท่านต้องเชื่อว่าท่านทำได้

3) เลิกเล่นบทของตัวเอง
คนที่เล่นละครแย่ คือคนที่ไม่ทิ้งตัวเอง จะเล่นบทพระเอกก็เขินอายไปหมด ไม่ทิ้ง ลักษณะของตัวเอง แล้วจะสวมบทบุคคลที่ตนจะเล่นได้อย่างไร คริสเตียนหลายคนไม่ ทิ้งตัวเก่าของตนเอง พระเยซูถ่อมท่านหยิ่ง พระเยซูยกโทษท่านขมขื่น พระเยซู เชื่อมั่นท่านท้อถอย ท่านเล่นบทตัวเองทุกครั้ง อย่างนี้แล้วท่านจะเหมือนพระองค์ได้ อย่างไร สวมบทพระเยซูต้องทิ้งตัวเองนะครับ

4. ต้องศึกษา
เฮ! ท่านจะเล่นบทพระเอกให้ได้อย่างไร ถ้าท่านไม่อ่านสคริปของพระเอกคนนั้น ท่าน ไม่เพียงแต่ต้องใช้ เวลาศึกษาคำพูด น้ำเสียง ท่าทางของพระเอก ท่านยังจะต้อง เรียนรู้ชีวิต นิสัยใจคอ เป้าหมายแห่งชีวิต พื้นเพ บุคลิกลักษณะของพระเอกที่เราจะ แสดงด้วย ทำนองเดียวกัน เราต้องศึกษาบทของพระเยซู เรามีพระคัมภีร์เป็นสคริป เรื่องพระเยซู พระวิญญาณเป็นทั้งผู้เขียนสคริป และเป็นผู้ช่วยเวลาเราอ่านสคริปด้วย

5. ไปสัมภาษณ์พระเยซู
ถ้าท่านจะเล่นบทพระนเศวรมหาราช หรือเชคสเปียร์ ท่านไม่อาจไปสัมภาษณ์ ทำความ รู้จักกับบุคคลทั้ง 2 ได้ เพราะวันนี้บุคคลที่กล่าวถึงจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เมื่อท่านจะสวม บทของพระเยซูนี่ไม่ใช่น่ะ วันนี้ท่านสามารถไปสัมภาษณ์ สนทนากับพระองค์ได้ เพราะพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ เข้าเฝ้าสนทนากับพระองค์ซิ แล้วท่านจะคุ้นเคยกับ พระองค์ เข้าใจพระองค์ ท่านจะรู้จักพระองค์ได้ดีขึ้นยิ่งกว่าแค่อ่านสคริป แล้วท่าน จะสวมบทพระองค์ได้ดีขึ้นเยอะครับ

6. เริ่มฝึกซ้อม
ค่าย “รู้จักพระคริสต์ สร้างศิษย์พระองค์” ที่เราจัดขึ้นคราวนี้ เหมือนเอาท่านมาเข้าโรง ถ่าย เราเรียนฝึกซ้อม เลิกค่ายแล้วคราวนี้ท่านออกไปเล่นบทพระองค์ ตลอดชีวิตของ ท่าน บางบทท่านต้องเล่นแล้วเล่นอีก เล่นจนเก่งขึ้นเหมือนพระองค์ทุกบท

7. ยอมให้ผู้กำกับแก้ไข
พระวิญญาณคือผู้กำกับบท ถ้าท่านเล่นนอกบท พระองค์ให้ท่านสำแดงความรักเมตตา กับคนที่มาหาท่าน แต่ท่านกลับไปเล่นบทเฉยเมย ไม่สนใจใยดีกับคนที่มา ขอความช่วยเหลือจากท่าน พระวิญญาณผู้กำกับ ต้องเสียใจแน่นอน ท่านต้องฟังพระ วิญญาณนะครับ

8. ต้องประยุกต์กับสถานการณ์ที่ต่างกัน
ท่านเป็นนักธุรกิจ ท่านไม่ต้องไปสวมบทพระเยซูโดยการไปเป็นช่างไม้ ท่านอยู่ กรุงเทพ ท่านไม่จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่นาซาเร็ธ ท่านปั้นสาวกที่เป็นชาวประมง ท่านไม่จำเป็นต้องหาสาวก ที่ชื่อซีโมน อันดรูว์ ตรงกันข้าม ท่านเป็นนักธุรกิจ ท่าน ต้องสวมบทนักธุรกิจในที่ทำงานของท่าน อย่างพระเยซู วันนี้พระเยซูทรงเรียก แม่บ้าน พ่อค้า เซลล์แมน วิศวกร พยาบาล พ่อ สามี ฯลฯ ให้สวมบทของพระ เยซูในที่ของท่าน ด้วยการถ่อมใจ รัก อยู่ในศีลธรรม อย่างพระเยซู

คริสเตียนคือคนที่ทิ้งตัวเอง สวมบทใหม่ของพระเยซู สวมบทของพระองค์ ทุก เรื่อง ทุกวัน ทุกสถานการณ์ และความสัมพันธ์ ตลอดชีวิตของท่าน รับรองว่าท่านเป็น เหมือนพระองค์ มีความสุข และช่วยคนได้มาก
Click เพื่อฟังคำเทศนาที่นี่

 อ่านบทความย้อนหลัง
    Share